ผู้เขียน หัวข้อ: งูพิษ  (อ่าน 44991 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
งูพิษ
« เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:04:44 น. »
1 งูจงอาง
งูจงอาง (King Cobra) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นงูพิษขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 2.5 - 4 เมตร จัดเป็นงูพิษที่มีขนาดยาวที่สุดในโลก ซึ่งตัวที่ยาวเป็นสถิติโลกมีความยาวถึง 5.59 เมตร เป็นงูจงอางไทย ถูกยิงได้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2467 น้ำหนักประมาณ 6 - 10 กิโลกรัม มีลูกตาดำและกลม หัวใหญ่กลมทู่ สามารถแผ่แม่เบี้ยได้เช่นเดียวกับงูเห่า ลำตัวเรียวยาว ว่ายน้ำเก่ง มีหลายสีแต่โดยทั่วไปจะมีสีน้ำตาลแดงอมเขียว ท้องมีสีเหลืองจนเกือบขาว มีสีแดงเกือบส้มที่บริเวณใต้คอ มีพิษร้ายแรงแต่ไม่เท่างูเห่า มีผลทางระบบประสาท (Neurotoxin) ที่รุนแรง พิษของงูจงอางสามารถทำให้คนหรือสัตว์ตายได้ โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75% เนื่องจากปริมาณพิษที่ฉีดออกจากเขี้ยวพิษมีมาก งูจงอางมีนิสัยค่อนข้างดุร้าย แต่ถ้าไม่จวนตัวหรือถูกรุกรานก่อนจะไม่ทำร้าย อาหารของงูจงอางคืองูอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า กบหรือตะกวดและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเช่นหนู เป็นต้น

งูจงอางจัดอยู่ในสกุล Ophiophagus เป็นสกุลของงูพิษที่มีผลต่อระบบประสาท มีรากศัพท์จากภาษาละตินมีความหมายว่า "กินงู" ซึ่งหมายความถึงการล่าเหยื่อของงูจงอาง เพราะงูในสกุลนี้ กินงูอื่นเป็นอาหารและมีเพียงชนิดเดียวคืองูจงอาง พบในประเทศไทย ประเทศอินเดีย ประเทศพม่า ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยมีมากในป่าจังหวัดนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และนครราชสีมา และในป่าทุกภาค แต่ชุกชุมทางภาคใต้มากที่สุด ปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
ตามปกติจะหากินที่พื้นดินแต่ก็สามารถขึ้นต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นงูที่ใช้วิธีการฉกกัดและรัดเหยื่อไม่เป็น ซึ่งไม่สมกับขนาดของลำตัวที่เพรียวยาว ปกติจะเลื้อยช้าแต่จะมีความว่องไวและปราดเปรียวเมื่อตกใจ ถ้าพบเจอสิ่งใดแล้วไม่หยุดชูคอขึ้น จะเลื้อยผ่านไปเงียบ ๆ แต่ถ้าขดตัวเข้ามารวมเป็นกลุ่มแล้วยกหัวสูงขึ้น แสดงว่าพร้อมจู่โจมสิ่งที่พบเห็น เวลาเลื้อยหัวจะเรียบขนานไปกับพื้น แต่เมื่อตกใจหรือโกรธสามารถยกตัวขึ้นชูคอได้สูงประมาณ 1 ใน 3 ของขนาดความยาวลำตัว เทียบความสูงได้ในระดับประมาณเอวของคน จังหวะที่ยกตัวชูสูงขึ้นในครั้งแรกจะมีความสูงมากและค่อย ๆ ลดลงมาอยู่ในระดับปกติตามเดิม ไม่ส่งเสียงขู่ฟ่อ ๆ เมื่อมีสิ่งใดเข้าใกล้เช่นเดียวกับงูเห่า ที่สามารถพ่นลมออกจากทางรูจมูกซึ่งเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะของงูเห่า แผ่แม่เบี้ยได้เหมือนงูเห่าแต่จะแคบและไม่มีลายดอกจันที่บริเวณศีรษะด้านหลัง มีลายค่อนข้างจางพาดตามขวาง มีลักษณะเป็นบั้ง ๆ แทน

งูจงอางมีพฤติกรรมการฉกกัดแบบติดแน่น ไม่กัดฉกเหมือนงูเห่า จึงกัดแล้วจะย้ำเขี้ยว (lock jaw) น้ำพิษมีสีเหลืองและมีลักษณะเหนียวหนืด พิษงูทำลายประสาทเช่นเดียวกับงูเห่าแต่เกิดอาการเร็วและรุนแรงกว่า เนื่องจากมีน้ำพิษปริมาณมากเพราะงูจงอางมีขนาดโตกว่างูเห่า ผู้ถูกกัดจะมีอาการหนังตาตก ขากรรไกรแข็ง พูดไม่ชัด กลืนน้ำลายไม่ได้ แน่นหน้าอก ตาพร่า อ่อนเพลีย เป็นอัมพาต อาจตายเพราะการหายใจล้มเหลว  น้ำพิษของงูจงอางมีปริมาณมากถึง 10 เท่าของงูเห่า ทำให้เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อ ที่อันตรายคือกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจหยุดทำงาน ดังนั้นหากถูกกัดจะถึงแก่ความตายอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:12:52 น. »
2 งูเห่า เป็นงูพิษขนาดกลาง จัดอยู่ในสกุลที่มีชื่อสามัญว่า Cobra ซึ่งเป็นสกุลของงูพิษที่เรียกได้ว่า เป็นที่รู้จักกันอย่างดีที่สุดในประเทศไทย พิษมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทที่รุนแรง และเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตจำนวนมาก เพราะถูกงูเห่ากัดมากกว่างูพิษในสกุลอื่น ๆ มีหลากหลายทางสีมาก (Variety) เช่น ดำ น้ำตาล เขียวอมเทา เหลืองหม่น รวมทั้งสีขาวปลอดทั้งลำตัว ที่เรียกว่า งูเห่านวล หรือ งูเห่าสุพรรณ (Naja kaouthia var. suphanensis Nutaphand, ค.ศ. 1986) มีทั้งที่มีลายตามตัว และไม่มีลาย ไม่มีดอกจัน

งูเห่า เป็นงูที่จัดอยู่ในงูที่อันตราย มีนิสัยดุร้ายเช่นเดียวกับงูจงอาง ฉกกัดเหยื่อเมื่อเกิดอาการตกใจ มักทำเสียงขู่ฟู่ ๆ โดยพ่นลมออกจากทางรูจมูกจึงได้ชื่อว่า งูเห่า

เป็นงูที่มีพิษร้ายแรง มีร่องและรูทางออกของน้ำพิษทางด้านหลังของเขี้ยวพิษ เขี้ยวพิษขนาดไม่ใหญ่นักซึ่งผนึกติดแน่นกับขากรรไกรขยับไม่ได้ นอกจากเขี้ยวพิษแล้วอาจมีเขี้ยวสำรองอยู่ติด ๆ กันอีก 1 - 2 อัน ที่ขากรรไกรล่างไม่มีฟัน งูเห่าเมื่อโตเต็มวัย มีความยาวประมาณ 120-150 เซนติเมตร เมื่อเทียบตามส่วนแล้วงูเห่าสามารถแผ่แม่เบี้ยได้กว้างที่สุดกว่าชนิดอื่น ยกตัวชูคอแผ่แม่เบี้ยได้สูงที่สุดประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว เกล็ดบนหัวมีขนาดใหญ่ พบในภาคกลางได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา นครนายก อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี นครปฐม ในทุกพื้นที่ แม้แต่กระทั่งในสวนหรือพงหญ้าในเมือง

หัวมีลักษณะกลมเรียว หางเรียวยาว เราสามารถแยกเพศของงูเห่าได้จาก หัว และ แม่เบี้ย เช่น งูตัวผู้ หัวจะทู่ใหญ่ แม่เบี้ยจะแผ่กว้างเป็นวงกลม ส่วนตัวเมีย หัวจะหลิม ปลายจมูกเรียว แม่เบี้ยแคบกว่าตัวผู้ และมีลักษณะเป็นวงรี หรือใหญ่ช่วงตอนบน แล้วค่อยๆ เรียวเล็กลงมา ในตอนล่าง การเคลื่อนไหวปกติจะเลื้อยไปช้า ๆ ค่อนข้างว่องไว เมื่อตกใจจะชูคอขู่ แผ่แม่เบี้ย ขู่เสียงดังฟ่อ ๆ จาก การหายใจแรง และฉกกัด เมื่อถูกตัว หรือ มาใกล้ชิดตัว ชอบอยู่ตามพื้นดิน อาหารโดยปกติของงูเห่า คือ หนู นก หรือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กหรือสัตว์เลื้อยคลานหรือแม้กระทั่งงูด้วยกันบางชนิดที่มีขนาดเล็กกว่า

งูเห่า จัดเป็นงูพิษที่มีอันตรายมากที่สุดของประเทศไทย มีพิษร้ายแรงที่สุด ทำลายระบบประสาท ผู้ถูกกัด จะ เป็นอัมพาตต่อระบบหายใจ และกล้ามเนื้อต่าง ๆ โดยปกติจะไม่จู่โจมมนุษย์ก่อน หากไม่ถูกรบกวน งูเห่า ยังมีชื่อเรียกต่าง ๆ อีกว่า "งูเห่าหม้อ" หรือ "งูเห่าดง" เป็นต้น

น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:18:18 น. »
3 งูสามเหลี่ยม(Banded Krait )
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Bungarus fasciatus 

ลักษณะทั่วไป
     งูสามเหลี่ยมมีหัวกลม ลำตัวเรียวยาว ปลายหางมักทู่ บางตัวหัวแบนเล็กน้อย ลำตัวเป็นสันสามเหลี่ยมชัดเจน เลื้อยช้าแต่ว่ายน้ำได้เร็ว เป็นงูที่มีความว่องไวปราดเปรียวในน้ำ สีของลำตัวเป็นปล้องดำสลับเหลืองทั้งตัว เวลากัดไม่มีการแผ่แม่เบี้ยเหมือนงูเห่า หรืองูจงอาง
       

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบในอินเดีย พม่า อินโดจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
     งูสามเหลี่ยมชอบกินงูขนาดเล็ก รวมทั้งกิน หนู กบ เขียด ปลา

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบขดนอนตามโคนกอไผ่ ละเมาะไม้ พงหญ้าริมน้ำ ออกหากินในเวลาพลบค่ำจนถึงกลางคืนตามลำน้ำ เป็นงูที่ไม่ดุ ไม่ฉกกัด นอกจากคนเดินไปเหยียบหรือเดินผ่านขณะที่งูสามเหลี่ยมกำลังไล่กัดงูซึ่งเป็นอาหารของมัน ปกติกลางวันซึมเซา กลางคืนว่องไว เป็นงูพิษ มีพิษทำลายระบบประสาทและโลหิตรวมกัน เมื่อถูกกัดจะมีอาการชักกระตุก ปวดช่องท้อง มีเลือดออกเป็นจุด ๆใต้ผิวหนัง มีเลือดออกตามไรฟันและไอเป็นเลือด
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:27:01 น. »
4 งูทับสมิงคลา   งูทับทางขาว (อีสาน)  งูปล้องเงิน(ใต้ )
Common Krait  , Malayan Krait

ขนาด   ความยาวเฉลี่ย 0.5 - 1  เมตร
ถิ่นอาศัย  พบทุกภาค ในประเทศไทย

หัว – ลำตัว - หาง   หัวมีลักษณะกลม มีสีดำ ลำตัวกลม ไม่เป็นสามเหลี่นม มีลายสีขาวสลับดำ ตลอดลำตัว
จนถึงปลายหาง แถบสีดำจะเป็น วงโค้งลงมาทางเกล็ดท้อง ท้องมีสีขาว ตอนเป็นลูกงู จะมีสีขาวสลับดำ เด่นชัด
แต่เมื่อโตแล้ว ส่วนใหญ่ที่แถบสีขาวจะมีจุดสีดำ ปนอยู่ประปราย แต่บางตัวก็มีสีขาวสนิท เหมือนตอนเป็นลูกงู
หางยาวเรียวแหลมเล็ก ปกติเหมือนงูทั่วไป ขณะเป็นลูกงู ผู้พบเห็นอาจสับสนกับงูปล้องฉนวนบางชนิด ที่มีลาย
ดำสลับขาว คล้ายกัน วิธีพิจารณาว่าเป็นงูทับสมิงคลา คือจะมีเกล็ดที่กลางสันหลังขนาดใหญ่ และมีเกล็ดเดียว

นิสัย   การ เคลื่อนไหวช้าปานกลาง อาศัยอยู่บนบก และขึ้นตันไม้บ้าง ชอบกินงู เป็นอาหาร
เช่นเดียวกับงูสามเหลี่ยม

อื่น ๆ   งูทับสมิงคลา เป็นงูพิษรุนแรง ที่มีพิษทำลายระบบประสาท และระบบโลหิต รวมกัน เช่นเดียวกับงู
สามเหลี่ยม และจะดุกว่างูสามเหลี่ยม  งูทับสมิงคลา เป็นงูขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มงูสามเหลี่ยมแต่ว่องไวปราด
เปรียว  และดุกว่างูสามเหลี่ยม
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:31:29 น. »
5 งูแมวเซา [Russel'Viper ]

พบชุกชุมในภาคกลาง ลักษณะตัวอ้วน หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม คอเล็ก สีน้ำตาลลำตัวมีลายเป็นรูปวงแหวนหรือรูปไข่อยู่ด้านข้างตลอดลำตัว เวลาโกรธจะขดตัวเป็นก้อนส่งเสียงขู่เหมือนเสียงแมวกรนแล้วพุ่งเข้าฉกกัดอย่างรวดเร็ว พิษที่สำคัญของมันเป็น hemotoxin ทำให้มีเลือดออกซึ่งอาจเกิดจากเม็ดเลือดแดงแตก หรือเลือดไหลออกจากร่างกาย และยังเกิด ภาวะ DIC [disseminated intravascular coagulation] โดยมีการลดลงของ เกร็ดเลือด,fibrinogen เมื่อเจาะเลือดพบว่าเลือดแข็งตัวไม่ดี

อาการเฉพาะที่

ทันที่ทีถูกงูกัดจะเกิดอาการปวดและมีอาการบวมมาก อาการบวมเกิดเกิดขึ้นได้ภายใน 2-3 นาที
มักจะมีรอยเขี้ยว 2 จุดซึ่งมีเลือดไหลออกตลอดเวลา และบริเวณรอบแผลจะมีสีคล้ำ
บริเวณโดยรอบเขี้ยวจะบวมอย่างชัดเจนภายใน 15-20 นาที และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งแขนข้างนั้นบวมหมดในเวลา 12-24 ชั่วโมง และอาจเริ่มพองและมีเลือด
อาการทั่วไป

ผู้ป่วยที่ได้รับพิษมากจะมีอาการของเลือดออกง่ายภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง เช่น เลือดออกเป็นจ้ำๆบริเวณผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน ไอมีเสมหะปนเลือด ถ่ายอุจาระสีดำ ปัสสาวะเป็นเลือด
เลือดออกจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งความดันต่ำ ไตเสื่อมและเสียชีวิต
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:38:52 น. »
6 งูกะปะ [Malayan pit viper ]

งูชนิดนี้พบได้ทั่วประเทศ ลักษณะหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม คอเล็ก ลำตัวอ้วน หางเรียวสั้น มีลายเป็นรูปเหมือนหลังคาบ้านอยู่ด้านข้างตลอดลำตัว ชอบออกหากินเวลาเย็นและกลางคืน ชอบอาศัยในดินปนทรายตามสวน ไร่เหมืองแร่ เมื่อกัดคนแล้วมักไม่เลื้อยไปไหนจนกระทั่งมีคนมาทุบตีมัน พิษงูกะปะจัดเป็นพวก hemotoxin ทำให้เกิดอาการแสดงคล้ายงูแมวเซาแต่รุนแรงน้อยกว่า
งูกะปะ หรืองูกะปะขนาดเล็ก เมื่ออกจากไข่ใหม่ ๆ จนมีขนาดถึงนิ้วก้อย สีค่อนข้างดำจัด มีปลายหางขาวตัวลายๆ มองดู
สีคล้ายนกคุ้ม จึงเรียกว่า งูปะนกคุม  งูวัยรุ่นถึงขนาดกลาง สีดำจางไปเป็นสีเทา มีสีน้ำตาลมากขึ้น  เรียกหลายชื่อว่า  งูปะ
นอนวัน  งูปะสามเหลี่ยม งูปะปากกว้าง ชาว อ. ทุ่งสง จ. นครศรีธรรมราช เรียก งูปะปากเหม็น  งูเมื่อลอกคราบออกใหม่ ๆ
สีค่อนข้างสด มีสีน้ำตาลแกมแดงมาก บางคนจึงเรียกเป็นงูปะไฟ เมื่อต่อมาสีมันค่อยๆคล้ำขึ้น บางคนมองดูเส้นรอบริมแก้ม
ของมันเป็นหนวดไป  เลยเรียกเป็น งูปะหนวด  ชาวบ้านยืนยันว่ามีหนวดสั้น ๆ  อยู่คู่หนึ่งข้างจมูก  งูวัยแก่และมีขนาดโตเต็มที่ เกือบเท่าท่อนแขน  ลายก็โตขึ้นตามส่วนแต่ไม่ยาวออกดูสั้นมาก มองดูคล้ายกับต้นบุก จึงเรียกว่า งูปะบุก (ชาวภาคใต้ฝั่งภูเก็ต ออกเสียงเป็น “บุ“)   จึงทำให้เข้าใจผิดกันมาก
เข้าใจว่า งูกะปะมีมากมายหลายชนิด

อาการเฉพาะที่
อาการปวดมีน้อย ภายใน 10 นาทีหลังงูกัดบริเวณรอบแผลจะบวมขึ้นย่างรวดเร็วจนกระทั่งแขนหรือขาข้างนั้นบวมไปหมดภายใน 1 ชั่วโมง รอยเขี้ยวจะมีเลือดไหลตลอดเวลา บริเวณแขนขาที่บวมจะมีสีเขียวคล้ำ ผิวหนังเกิดพองตอนแรกมีน้ำใสต่อมาภายหลังมีเลือด ภายหลังถูกกัดไม่กี่วันรอยเขี้ยวจะเกิดการเน่า

อาการทั่วไป

มีโลหิตตามอวัยวะต่างๆในราว 3 ชั่วโมง ผิวหนังมีเลือดออกเป็นรอยคล้ำ เลือดออกทางเดินอาหาร เลือดออกตามไรฟัน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากความดันโลหิตต่ำ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 21:56:31 น. โดย Mameaw »
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:47:09 น. »
7 งูเขียวหางไหม้    Green Pit Viper   
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Trimeresurus sp. 

ลักษณะทั่วไป
     งูเขียวหางไหม้มีหลายชนิด หัวยาวมนใหญ่ คอเล็ก ตัวอ้วนสั้น ปลายหางมีสีแดงชัดเจน ลำตัวมีสีเขียวอมเหลืองสด บางตัวมีสีเขียวอมน้ำเงิน หางสีแดงสด บางตัวมีหางสีแดงคล้ำเกือบเป็นสีน้ำตาล เมื่อถูกกัดจะปวดมาก
       
ถิ่นอาศัย, อาหาร
     มีชุกชุมในจังหวัดภาคกลาง เช่น กรุงเทพฯ นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี และชลบุรี นอกจากประเทศไทยแล้วยังพบใน อินเดีย จีน พม่า ศรีลังกา
     งูเขียวหางไหม้กินลูกกิ้งก่า จิ้งจก ตุ๊กแก ลูกนก แมลง หนู กบ เขียด

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ปกติเลื้อยช้า ๆ ไม่รวดเร็ว ดุและ ฉกกัดเมื่อเข้าใกล้ ชอบอาศัยตามซอกชายคา ตามกองไม้ กระถางต้นไม้ กอหญ้า ออกหากินในเวลากลางคืนทั้งบนต้นไม้ และตามพื้นดินที่มีหญ้ารก ๆ ขณะเกาะนอนบนกิ่งไม้ มันจะใช้ลำตัวและหางรัดพันยึดกับกิ่งไม้ไว้
     งูเขียวหางไหม้ออกลูกเป็นตัวครั้งละประมาณ 8-12 ตัว แต่ก็มีงูเขียวหางไหม้บางชนิดเหมือนกันที่ออกลูกเป็นไข่ 

อาการเฉพาะที่
เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงทันทีที่ถูกกัด แล้ค่อยๆหายใน 5-6 ชั่วโมง บริเวณที่ถูกกัดจะบวมอย่างรวดเร็วในระยะ 3-4 วันแรก แล้ค่อยๆยุบบวมในเวลา5-7 วัน มีเลือดออกจากรอยเขี้ยว แต่ไม่มาก
อาการทั่วไป
มีจ้ำเลือดออกใต้ผิวหนัง เป็นจุดๆทั่วตัวเลือกออกจากแผล ปัสสาวะแดง หรือ เป็นเลือด ถ่ายอุจาระเป็นเลือด ถ้าได้พิษมาก อาจมีเลือดตามอวัยวะต่างๆได้ ถ้ามีอาการบวมมากว่า 1 ข้อถัดไปถือว่ารุนแรง
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:53:24 น. »
8 งูหางแฮ่มกาญจน์ ( Kanburi Pit-viper )
   งูหางแฮ่มกาญจน์  เป็นงูเขียวหางไหม้ขนาดเล็ก ที่มีลักษณะคล้ายงูหางแฮ่มใต้ ทั้งลักษณะตัว และ
นิสัย แต่ก็พอจะแยกความแตกต่างเบื้องต้น ได้จากลวดลายและสีสัน คือ งูหางแฮ่มกาญจน์ โดยทั่วไป
จะมีสีพื้นลำตัวเป็นสีเขียวมะกอกแกมน้ำตาล และมีลายขวางลำตัว เป็นสีเขียวมะกอกเข้ม แกมน้ำตาล
ไม่เป็นสีม่วงแดง เหมือนงูหางแฮ่มใต้ หรือในตัวผู้ สีพื้นจะออกไปทางสีเทาแกมเขียว ส่วนตัวเมีย  สี
จะออกไปทางสีเทาแกมน้ำตาล  ส่วนลายขวางจะเข้มกว่าสีพื้น  นอกจากนั้น งูหางแฮ่มกาญจน์  จะมี
ความยาวสั้นกว่า  งูหางแฮ่มใต้ และเกล็ดที่หัว ก็จะเป็นสันแข็งอย่างเด่นชัดกว่างูหางแฮ่มใต้    งูหาง
แฮ่มกาญจน์ มีรายงานพบเฉพาะในประเทศไทย ทางภาคตะวันตก ที่ กาญจนบุรี

พิษเหมือนงูเขียวหางไหม้
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 20:55:34 น. »
9 งูแก้วหางแดง   Hagen's Pit-viper
ขนาด   ความยาวเฉลี่ย  1 - 1.2  เมตร
ถิ่นอาศัย  พบทางภาคใต้
หัว – ลำตัว - หาง  หัวมีลักษณะโตใหญ่ เป็นรูปสามเหลี่ยมค่อนข้างยาว  ตาโต  คอเล็กกว่าหัว
และลำตัว  ลำตัวและหางเรียวยาว ที่หัวและลำตัวจะมีสีเขียวใบไม้แก่  ตลอดทั้งตัว  ปาก คาง คอ
และ ท้องมีสีเขียวอ่อน   มีเกล็ดบนหัวเล็กแบบเกล็ดเรียบ  เกล็ดลำตัวจะเป็นแบบเกล็ดมีสัน  หาง
เป็นสีแดง  มีเส้นข้างตัวเป็นสีขาว เริ่มจากหลังตา ผ่านมายังเกล็ดลำตัวติดกับเกล็ดท้อง  ยาวเป็น
แนวไปเกือบถึงหาง  และสองข้าง ลำตัวส่วนบนจะมีจุดสีเหลืองหรือสีขาวเป็นระยะๆ จากคอจนถึงหาง

นิสัย งูแก้วหางแดง   เป็นงูที่หากินในเวลากลางคืน โดยหากินบนต้นไม้เป็นพุ่มเตี้ย ๆ  หรือ ลงมา
บนพื้นดินบ้าง พบได้ในป่าเขา ป่าใน ที่ราบ  มีนิสัย ดุ ฉกกัดได้รวดเร็ว เมื่อเข้าใกล้   

อื่น ๆ  งูแก้วหางแดง   เป็นงูเขียวหางไหม้ขนาดใหญ่ มีพิษอ่อนที่อันตราย ผู้ถูกกัดจะมีอาการปวด
บวมอย่างรุนแรง  และหาพบยากชนิดหนึ่ง
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 21:00:57 น. »
10 งูเขียวหางไหม้สุมาตรา  Sumatran Green Pit-viper
ขนาด   ความยาวเฉลี่ย  1 - 1.6  เมตร
ถิ่นอาศัย  พบทางภาคใต้
หัว – ลำตัว - หาง  งูเขียวหางไหม้สุมาตรา มีลักษณะคล้ายงูแก้วหางแดงมาก คือ หัวมีลักษณะ
โตใหญ่ เป็นรูปสามเหลี่ยมค่อนข้างอ้วนป้อม  ตาโตใหญ่  คอเล็กกว่าหัวและลำตัว   ลำตัวและหาง
เรียวยาว ที่แตกต่างกันคือ ที่หัวและคอจะมีขอบเกล็ดสีดำ โดยที่กลางเกล็ดมีสีเขียว หรือบางเกล็ด
จะดำทั้งเกล็ด  ทำให้สีบนหัวดูค่อนข้างมืด  และตามลำตัวจะมีลายขวางสีดำจาง  ๆ  พาดเป็นระยะ 
มีเกล็ดบนหัวเล็กแบบเกล็ดเรียบ เกล็ดลำตัวจะเป็นแบบเกล็ดมีสัน  หางเป็นสีแดง

นิสัย งูเขียวหางไหม้สุมาตรา  เป็นงูที่หากินในเวลากลางคืน โดยหากินบนต้นไม้เป็นพุ่มเตี้ย ๆ ตาม
กอหญ้า หรือ  ลงมาบนพื้นดินบ้าง  พบได้ในป่าชื้นทางภาคใต้  มีนิสัย ดุ  ฉกกัดได้รวดเร็ว  เมื่อเข้า
ใกล้   

อื่น ๆ  งูเขียวหางไหม้สุมาตรา  เป็นงูเขียวหางไหม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ของ
ไทย  มีพิษอ่อนที่อันตราย ผู้ถูกกัดจะมีอาการปวดบวมอย่างรุนแรง 


ส่วนอีกภาพเป็นงูเขียวตุ๊กแก พิษเหมือนงูเขียวหางไหม้

ที่พบมากพบบ่อยและเป็นอันตรายในไทยก็มีประมาณนี้ครับ
พี่ ๆ เพื่อน ๆ จะได้ระวังกันเวลาอยู่ในที่รก ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 21:10:18 น. โดย Mameaw »
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2544
  • Impossible is Nothing.
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 21:12:05 น. »
ขาดอีก 1 ตัว
11  งูปาล์ม  Palm Pit-viper , Bornean Pit-viper , Flat-nosed Pit-viper
ขนาด   ความยาวเฉลี่ย  60  ซ.ม.
ถิ่นอาศัย  พบทางภาคใต้
หัว – ลำตัว - หาง งูปาล์ม เป็นงูเขียวหางไหม้ ที่มีลักษณะค่อนข้าง แตกต่างกับงูชนิดอื่น  ทั้งหัว
หรือสี โดยหัวจะมีรูปทรงเป็นรูปสามเหลี่ยม   คอเล็กกว่าหัว ที่ปลายจมูก จะยื่นออกไปเป็นดั้ง และ
เชิดงอนขึ้นเล็กน้อย เกล็ดบนตัวเป็นแบบเกล็ดสัน ลำตัวสั้น ไม่อ้วนมาก หางเรียวสั้น หัวและ ลำตัว
มีสีเทาเข้มออกเขียวเล็กน้อย  มีลายสีน้ำตาลเข้มถึงดำ  เป็นวงกว้างทั่วทั้งตัว ไม่แน่นอน ลูกตาจะ
มองดูกลมกลืนไปกับสีของหัว บางตัวอาจพบว่ามีสีออกไปทางสีน้ำตาลแดง มีลายไม่ชัดเจน บาง
คนอาจเรียกว่า งูปาล์มแดง แต่ก็จัดเป็นงูชนิดเดียวกัน เพียงแต่ต่างกันที่เฉดสีเท่านั้น

นิสัย งูปาล์ม จัดเป็นงูป่า ที่หากินในเวลากลางคืน มักพบในที่สูง ตามป่าชื้น หรือป่าปาล์ม บนต้นไม้
เตื้ย ๆ ในภาคใต้  มีนิสัยไม่ดุ ไม่ค่อยหากินบนพื้นดิน นักวิชาการบางท่านพบว่า   ตัวผู้จะยาวกว่าตัว
เมีย แต่ก็ไม่ยืนยันแน่นอน

อื่น ๆ  งูปาล์ม  เป็นงูเขียวหางไหม้  ที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ มีพิษอ่อนที่อันตราย
เป็นงูที่หายากชนิดหนึ่งของเมืองไทย และมีรายงานการพบครั้งแรกในประเทศไทย โดย อ. วิโรจน์
นุตพันธุ์  เมื่อ ปี พ.ศ. 2522
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ คชไพร

  • คัดสรรค์มาแล้วทั้งนั้น
  • เทรนเนอร์
  • ***
  • กระทู้: 2656
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009, 21:48:04 น. »
 :77:57:อะกึ๋ย!!..หยอง..ขนลุก :77:

marine1

  • บุคคลทั่วไป
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2009, 09:25:42 น. »
น่ากลัวพี่ ผมไม่เอาด้วยคน ถ้ากินหละก็พอได้ ถ้าเจอหละก็.....ตัวใครตัวมัน .....เผ่นก่อนหละ

thefool1234

  • บุคคลทั่วไป
Re: งูพิษ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 17:58:47 น. »
งูผมว่าในวงการแพทย์เป็นอะไรที่มีประโยชน์มากเลยนะผมว่า