ผู้เขียน หัวข้อ: พืชเป็นพิษ  (อ่าน 10933 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
พืชเป็นพิษ
« เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 15:53:34 น. »
ในเมื่อเราก็มีห้อง พฤกษาศาสตร์ โดยเฉพาะแล้ว
พวกเราเองก็ชอบเที่ยวป่า สัมผัสกับพืชในป่าบ่อย ๆ
ซึ่งบางอย่างก็มีพิษร้าย
ดังนั้น จึงขอเอาข้อมูลพืชที่เป็นพิษและเห็นอยู่ทั่วไปในป่าบ่อย ๆ
เท่าที่พอทราบมาบอกพี่ ๆ เพื่อน ๆ จะได้ระวังไม่ไปโดนเข้า


"ตะรังตังช้าง"

ชื่อทางพฤษศาสตร์.....Laportea Stimolns วงศ์ Urticaceae

ชื่อเรียกว่า "กะลังตังช้าง" ท้องถิ่นเรียกว่า "รังตังช้าง" ปักษ์ใต้เรียก "ลังตังช้าง" ภาคพายัพเรียก "หานเดื่อ" ส่วนทางทหารเขียนว่า "ตะรังตังช้าง"

ลักษณะ...เป็นต้นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีใบโตขนาดใบสัก เป็นขนสีขาวออกหนาตลอดต้น ไม้ชนิดนี้ ขนออกมันมีพิษ ถ้าไปถูกเข้า ขนของมันก็จะคายพิษออกมาทำให้เกิดอาการคัน ผู้ที่ถูกเข้าจะมีอาการคันและเกาจนหนังถลอกเป็นแผลเรื้อรัง อาการเจ็บปวดเป็นกำลัง น้ำเหลืองจะแตกออกเป็นแผล ซึมออกไปทำให้เป็นแผลต่อไปอีก บางทีมีอาการแสบปวดร้อน บวม และอาการแน่น ถึงตายได้ ถ้าถูกขนติดมากไป

น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 15:54:50 น. »
 >:62:
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 15:55:37 น. »
ต้นนี้พบที่ถ้ำพระยานคร
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 16:01:57 น. »
ตำแย
ชื่อวิทยาศาตร์ว่า Laportea crenulata Wedl.

เป็นพืชล้มลุกสูงราว 1-2 เมตร ใบเป็นแฉก 3-5 แฉก มีหนามอ่อนคล้ายขนเล็ก ๆ ตามขอบใบและก้านใบ หนามนี้มีพิษ เมื่อสัมผัสผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่เนื้ออ่อน ขนจะทิ่มตำและปล่อยสารพิษออกมา เป็นสารประกอบพวกฮีสตามีน (histamine) ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน และพวงบวมน้ำไม่ต่างกับถูกไฟลวก พิษจะยิ่งรุนแรงมากตอนออกดอก พืชชนิดนี้พบทั่วไปตามป่าดิบชื้นที่มีแสงสว่างปานกลาง และป่าเบญจพรรณทั่วไป โดยเฉพาะตามริมห้วยที่ร่มเย็น ตำแยจะขึ้นรวมกันอยู่เป็นดง

วิธีรักษา เมื่อโดนพืชพวกนี้อย่าเกา ลูบ คลึง หรือขยี้เด็ดขาด เพราะจะทำให้หนามหรือขนพิษฝังลึกยิ่งขึ้น ควรใช้มีดขูดเบาบนผิวตามแนวขนเพื่อให้หลุดออกมา อย่าขูดย้อนเพราะยิ่งจะทำให้ขนพิษเข้าลึกขึ้น จากนั้นก็ให้ใช้แป้งคารามายหรือยาหม่องทา มันอาจไม่หายปวดทันที แต่ก็ช่วยบรรเทาได้นิดหน่อย แล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นหรือใช้ไอโอดีนอย่างแรงสำหรับใช้ทาแผล(ควรเข้มข้นกว่าปกติสัก 3 เท่า) หรือแอลกอฮอล์ 100 % ล้างแผล จะช่วยลดอาการได้มาก หยูกยาพวกนี้ควรเตรียมไว้เวลาเข้าป่าเสมอ ส่วนวิธีของพรานป่า เขาจะใช้ไส้แตงกวาหรือแตงโมบดผอกที่ แผล หรือใช้หัวหอมฝานเป็นแว่นแปะช่วยดูดพิษได้
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 16:02:58 น. »
 >:62:
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 16:07:49 น. »
ช้างแหก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Spatholobus ferrugineus Benth

ชื่อพื้นเมืองเรียก ช้างแหก เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ และยาวเกิน 10 เมตร ผลัดใบ ผิวตามเถามีขนน้ำตาลสีแดงหนาแน่น ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อเรียงติดสลับ ทรงใบป้อมหรือรูปไข่ โคนใบมนหรือป้านและเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบมน ผิวใบด้านล่างมีขนสีน้ำตาลอ่อน ดอกแบบดอกถั่ว ออกรวมกันเป็นช่อยาวตามปลายกิ่งแขนง ผลเป็นฝัก ส่วนบนแบนและเป็นคลื่น ปลายสุดเป็นติ่ง ผิวฝักมีขนสากลสีน้ำตาลแดงแน่น

ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ทำให้เกิดการคันตามผิวหนัง

น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 16:09:43 น. »
สะบ้าลาย
ชื่อวิทยาศาตร์ว่า Mucuna interrupta Gagnep.

ชื่อพื้นเมืองเรียก สะบ้าลาย เป็นไม้เถา ตามลำเถาและก้านใบเกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบเรียงติดสลับ ทรงใบย่อย รูปไข่หรือรี โคนใบมนและมักเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบหยักคอกเป็นติ่งแหลม มีขนประปรายตามผิวใบทั้งสองด้าน ดอกแบบดอกถั่วสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆห้อยย้อยลง ผลเป็นฝักแบน โคนและปลายมน และผลพับย่น ขอบผลเป็นสันหรือครีบ 1 คู่ตามยาว ฝักมีขนแข็งสีน้ำตาลแน่นตามร่องรอยย่นของผิว

ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ทำให้ปวดและคันตามผิวหนัง


น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออนไลน์ นายน้องเล็ก

  • คัดสรรค์มาแล้วทั้งนั้น
  • เทรนเนอร์
  • ***
  • กระทู้: 4547
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 16:12:29 น. »
แจ่มครับพี่
สี่เหตุความเชื่อ เชื่อมั่น เชื่อมือ เชื่อถือ เชื่อใจ อันจะนำสู่ผลคือ "ศรัทธา"

ความสำเร็จที่เกิดได้ในวันนี้
ย่อมอยู่ที่ศรัทธาอันยิ่งใหญ่
เชื่อมั่น เชื่อมือ เชื่อถือ เชื่อใจ
จะนำไปสู่ผลคือ ศรัทธา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 16:18:26 น. »
หมามุ่ย
ชื่อวิทยาศาตร์ว่า Mucuna bracteata DC. Ex Kurz

ชื่อพื้นเมืองเรียก หมามุ่ยน้อย เป็นไม้เถา ตามลำเถาและก้านใบอาจเกลี้ยง ใบเป็นช่อแบบ 3 ใบย่อย ช่อใบติดเรียงสลบ ทรงใบย่อยรูปไข่ โคนใบเบี้ยว ปลายใบเรียวแหลม มีขนมากสีเทาทางผิวใบล่าง ดอกแบบดอกถั่วสีม่วงเข้ม ออกรวมกันเป็นช่อห้อยลง ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก ผิวเรียบมีขนสีเหลืองคลุ่มแน่น

ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามฝักแก่ และใบแก่ ทำให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง


พวกนี้คือที่พบเห็นกันง่าย ๆ ในป่า โอกาสสัมผัสโดนสูง ต้องระวังกันมาก ๆ
ส่วนพวกที่ยางเป็นพิษนั้น เช่นต้นรัก หรือเมล็อเป็นพิษ เช่น มะกล่ำตาหนู นั้น
ถ้าเราไม่ไปยุ่งกะมันก็ไม่มีปัญหา จ้า

น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 16:19:15 น. »
 :-\ยัยคนนั้นใครอ่ะ ไม่รู้จัก :56:
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออฟไลน์ aoo!

  • ผู้คุมกฏ
  • เทรนเนอร์
  • *****
  • กระทู้: 3912
  • รู้จักแล้ว..จะรักเอง...
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 17:04:24 น. »
...ขอบคุณครับ  น้ากบ ..มีหลายต้นเลยที่ไม่รู้จัก..

:-\ยัยคนนั้นใครอ่ะ ไม่รู้จัก :56:

แต่คนนี้รู้จักครับ..แฟนเธอหล่อ..น้องสาวเธอน่ารักคร๊าบบ 55 555..
..เคย "เหงา" จนชิน เพราะไม่มีใคร....แต่ถ้า "เหงา" เพราะเคยมีแล้วขาดไป....นานเท่าไหร่ ก็ไม่ชิน ..

..4 อย่างบนโลกที่เงินซื้อไม่ได้..ความรัก เวลา ชีวิต และ มิตรแท้..

ออนไลน์ 700-1

  • คัดสรรค์มาแล้วทั้งนั้น
  • เทรนเนอร์
  • ***
  • กระทู้: 1813
  • ผมเพื่อนพง พงเพื่อนใคร
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 17:49:37 น. »
ต้นอะไรเอ่ย ทายถูก ครูบา สันต์ ต้องไปเที่ยวเธคด้วยกัน ทายผิด ถูศาลาวัด สามเดือน หุหุ
คนที่ไม่ลืม
1.คนที่ช่วยเหลือเรายามลำบาก
2.คนที่จากไปตอนเราลำบาก
3.คนที่ทำให้เราอยู่ในสภาพที่ยากลำบาก

ออฟไลน์ Hades Kob

  • Moderator
  • เทรนเนอร์
  • ****
  • กระทู้: 2540
  • Impossible is Nothing.
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 18:09:14 น. »
ต้นอะไรเอ่ย ทายถูก ครูบา สันต์ ต้องไปเที่ยวเธคด้วยกัน ทายผิด ถูศาลาวัด สามเดือน หุหุ
:82:เมื่อไหร่จะลืมวะ :93:ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ ได้ทีขี่มดไล่เรอะ

...ขอบคุณครับ  น้ากบ ..มีหลายต้นเลยที่ไม่รู้จัก..

:-\ยัยคนนั้นใครอ่ะ ไม่รู้จัก :56:

แต่คนนี้รู้จักครับ..แฟนเธอหล่อ..น้องสาวเธอน่ารักคร๊าบบ 55 555..

ผมว่าคุ้น ๆ นะพี่อู๋
น้ำฝนที่รั่วไหลเกิดจากหลังคาที่ดูแลไม่ดี
กิเลสตัญหาก็เกิดจากจิตรที่มิได้ขัดเกลา

ออนไลน์ นายน้องเล็ก

  • คัดสรรค์มาแล้วทั้งนั้น
  • เทรนเนอร์
  • ***
  • กระทู้: 4547
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009, 20:52:48 น. »
ต้นอะไรเอ่ย ทายถูก ครูบา สันต์ ต้องไปเที่ยวเธคด้วยกัน ทายผิด ถูศาลาวัด สามเดือน หุหุ



 :84: :84: :84:

ส้มป่อย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia rugata Merr

ชื่อวงศ์ MIMOSACEAE

ชื่อสามัญ Soap Pod

ชื่อท้องถิ่น

    * ทั่วไป เรียก ส้มป่อย
    * ฉาน-แม่ฮ่องสอน เรียก ส้มขอน
    * แพร่ เรียก เอกราช

ลักษณะทั่วไป

ส้มป่อยเป็นไม้เลื้อย มีเถาเป็นเนื้อไม้และมีหนามที่เปลือกของลำต้น ลำต้นเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้
บริเวณยอดอ่อนเถา จะเป็นสีแดงคล้ำมีหนามอ่อน ใบ เป็นใบประกอบ ก้านใบประกอบยาว 6–16 ซม.
ก้านใบยาว 1.5–5.2 ซม. ประกอบ ด้วยใบ 5–10 คู่ มีใบย่อย 10–35 คู่ ในแต่ละก้าน
ใบย่อยสีเขียวขนาดเล็ก ดอก จะแตกออกจากง่ามใบลักษณะเป็น ทรงกลมคล้ายดอกกระถิน
และมีเกสรเป็นขนอ่อนๆ รอบดอก เมื่อดอกแก่จะกลายเป็นฝักยาว ผล เป็นฝัก ผิวของฝักมี
คลื่นขรุขระ ฝักยาว 10–15 ซม. เปลือกของฝักอ่อนเป็นสีเขียวอมแดง พอแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม
เมล็ดเรียงอยู่ภายใน

การปลูก

ส้มป่อยเป็นไม้ที่พบในแหล่งธรรมชาติ ภายในป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าที่ราบเชิงเขา
การขยายพันธุ์ส้มป่อย ทำได้ 2 วิธีคือ การปักชำ และการเพาะเมล็ด การปักชำ โดยตัดกิ่งแก่
ยาวประมาณ 1 ศอกมาปักชำในบริเวณชื้น

สรรพคุณทางยา

    * ใบ รสเปรี้ยว ฝาดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณช่วยขับเสมหะ ขับระดูขาว แก้บิด ฟอกโลหิต แก้โรคตา
    * ดอก รสเปรี้ยว ฝาด มัน แก้เส้นเอ็นพิการให้สมบูรณ์
    * ฝัก รสเปรี้ยว เป็นยาขับเสมหะ แก้ไอ ทำให้อาเจียน แก้น้ำลายเหนียว แก้โรคผิวหนัง ช่วยขจัดรังแคและบำรุงเส้นผม
    * เปลือก รสขมเปรี้ยว เผ็ดปร่า เจริญอาหารกัดเสมหะ แก้ไอ แก้ซางเด็ก
    * ต้น รสเปรี้ยวฝาดแก้ตาพิการ
    * ราก รสขม แก้ไข้ แก้ท้องร่วง

ใบ  รสเปรี้ยวฝาดร้อนเล็กน้อย  สรรพคุณขับเสมหะ  ถ่ายเมือกมูกในช่องคลอด (ระดูขาว) 
ล้างเมือกมันในลำไส้แก้บิด  ฟอกโลหิต  ระดู  แก้โรคตา

ดอก  รสเปรี้ยว  เป็นยาขับเสมหะ  แก้ไข้ทำให้อาเจียน  แก้น้ำลายเหนียว  แก้โรคผิวหนัง 
ช่วยขจัดรังแค  และบำรุงเส้นผม

ผล  แก้น้ำลายเหนียว

เปลือกฝัก  รสขมเปรี้ยว  เผ็ดปร่า  ช่วยทำให้เจริญอาหารกัดเสมหะ  แก้ไข  แก้ซางเด็ก

เมล็ด  คั่วให้เกรียม  บดให้ละเอียด  นัดถุ์ทำให้คันจมูกและจามดี

ต้น  รสเปรี้ยวฝาดแก้ตาพิการ

ราก  รสขม  แก้ไข้  แก้ท้องร่วง

ขนาดและวิธีใช้   

1. ขับปัสสาวะ  ชาวเหนือใช้ยอดอ่อนของส้มป่อยต้มน้ำและนำน้ำยามาผสมกับน้ำผึ้ง

2.  แก้พิษฝี  นำยอดอ่อนของส้มป่อยมาตำรวมกับขมิ้นอ้อยใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย 
หมกไฟพออุ่นและนำไปพอกจะช่วยแก้พิษได้

3.  ช่วยทำให้สตรีมีครรภ์คลอดง่าย  ใช้ฝักส้มป่อย  3-7  ข้อ  ต้นน้ำอาบต้อนเย็น 
และมักอาบก่อนกำหนดคลอด  2-3  วัน  แต่ห้ามอาบมากจะทำให้รูู้้สึกร้อน

4.  แก้ท้องร่วงใช้รากส้มป่อยต้มน้ำรับประทาน

5.  ฝักปิ้งให้เหลืองชงน้ำกินแก้ไอ

6.  ใบตำห่อผ้าประคบเส้นให้เส้นอ่อน


ประโยชน์ทางอาหาร

ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผัก และเครื่องปรุงรสช่วยให้อาหารมีรสเปรี้ยว
และช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้ ยอดส้มป่อยมักนำมาแกงกับปลา แกงส้ม หรือจอ (อาหารเหนือ)
ก็ได้ เวลาแกง อาจจะใส่ยอดส้มป่อยอย่างเดียว หรือแกงรวมกับยอดมะขามอ่อนก็ได้

การใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ

-น้ำของฝักส้มป่อยใช้ขัดล้างเครื่องเงิน  เครื่องทอง  และเครื่องโลหะอื่นๆ  นอกจากนี้เปลือกต้นให้สีน้ำตาลและสีเขียว ซึ่งใช้ประโยชน์ในการย้อมผ้า  ย้อมแห  และอวนได้

-น้ำฝักส้มป่อยปิ้งไฟพอเหลืองแช่น้ำ  นำไปทำน้ำมนต์ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ  ของชาวเหนือ  เช่น  ใช้อาบน้ำผู้ป่วย  ไล่สิ่งชั่วร้าย  ทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์  รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่  ใช้ล้างหน้าหลังไปงานศพ  เป็นต้น

คติความเชื่อ

ส้มป่อยเป็นไม้มงคลของชาวไทย กำหนดปลูกในทิศเหนือ บางท้องถิ่นเชื่อว่าการปลูกส้มป่อยจะช่วย
ขับไล่ภูตผีปีศาจ และ สิ่งเลวร้ายมิให้มารบกวน ในพิธีกรรมการทำน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์จะใช้
ใบส้มป่อยร่วมกับใบเงินใบทอง ใบมะกรูด หญ้าแพรก ใบราชพฤกษ์ ใบมะตูม และใบหมากผู้หมากเมีย
เมื่อน้ำมนต์มาพรมศรีษะ หรืออาบ สำหรับผู้ป่วยจะช่วยให้ เคราะห์โศกบรรเทาลงได้ ในพิธีกรรมและ
ประเพณีท้องถิ่นของชาวเหนือ ทั้งที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคลมักจะมีส้มป่อย ร่วมด้วยเสมอ เพราะเชื่อว่า
ส้มป่อยเป็นของขลังที่จะช่วยปกป้องจากสิ่งเลวร้าย ทั้งยังช่วยเสริมหรือคืนอำนาจให้สำหรับผู้
ที่มีคาถาอาคมอีกด้วย โดยชาวเหนือนำฝักส้มป่อยปิ้งไฟพอเหลือง แช่น้ำ และนำน้ำไปทำน้ำมนต์
ใช้รด หรืออาบ ผู้ป่วย

 :93: :93: :93: :93:

เหมือนชะอมใช่ไหมล่ะ
สี่เหตุความเชื่อ เชื่อมั่น เชื่อมือ เชื่อถือ เชื่อใจ อันจะนำสู่ผลคือ "ศรัทธา"

ความสำเร็จที่เกิดได้ในวันนี้
ย่อมอยู่ที่ศรัทธาอันยิ่งใหญ่
เชื่อมั่น เชื่อมือ เชื่อถือ เชื่อใจ
จะนำไปสู่ผลคือ ศรัทธา

ออฟไลน์ k2

  • คัดสรรค์มาแล้วทั้งนั้น
  • เทรนเนอร์
  • ***
  • กระทู้: 987
  • คนอ้วนออฟโรด
Re: พืชเป็นพิษ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2009, 06:19:21 น. »
ขอบคุณมากพี่กบมีประโยนช์มากเลยจริงๆแต่จะจำได้มัยนี้
 :-\ :-\
ถ้ามัวแต่อุ้มอดีตเอาไว้
แล้วจะเอามือที่ไหนไปคว้า
" อนาคต "